วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

MLM จุดพลุงานใหญ่ โชว์ศักยภาพเรียกแขกรับมือ AEC

       นับถอยหลังการเปิดการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC ค่ายขายตรงน้อยใหญ่ลั่นกลองรบ ระเบิดงานใหญ่โชว์ศักยภาพเต็มสูบ หมายเรียกคนดูรับแขกอาเซียน “นีโอ ไลฟ์”  ประดับเข็มยิ่งใหญ่ พร้อมเข็นกลยุทธ์รับมือตลาด ยังเน้นการสร้างผู้นำต้นแบบ หวังเป็นตัวอย่างนักขายเดินตาม


จาก ที่ทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ในปี 2558 การค้าการขายระหว่างประเทศอาเซียนจะเปลี่ยนไป ตามพันธสัญญาการเปิดการค้าเสรีอาเซียนบวก 3 หรือ AEC ทำให้บรรดาค่ายขายตรงต้องพยายามสร้างความพร้อมเพื่อตอบรับโลกเศรษฐกิจที่ กำลังจะเกิดขึ้น

โดยเริ่มตั้งแต่ต้นปี บรรดาค่ายขายตรง ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่ หรือเก่า ก็พยายามที่จะลั่นกลองเปิดงานใหญ่ เพื่อให้วงการรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของบริษัทตนเอง อีกทั้งยังต้องการให้สมาชิกเตรียมพร้อมรับมือการเปิดการค้าเสรี หรือ AEC อย่างน้อยก็เป็นการประกาศความพร้อมรับมือ เพื่อมัดใจสมาชิก และแสดงให้เห็นว่าบริษัทของ ตนเองพร้อมสำหรับการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคอาเซียน ที่มีอยู่กว่า 500 ล้านคน


“นีโอ ไลฟ์” เปิดหัวทะยานสู่โลกอาเซียน


ค่าย ยักษ์รายแรกที่เริ่มจัดงานใหญ่ต้นปี และดูเป็นที่สนใจมากที่สุดเห็นจะเป็น “นีโอ ไลฟ์” ที่เริ่มประกาศศักดาตนเองด้วย งาน Connect The Dot to Asean ซึ่งชื่อ งานก็เป็นการประกาศแล้วว่า “นีโอ ไลฟ์” เตรียมที่จะมุ่งสู่โลกอาเซียนเต็มตัว โดยใช้งานดังกล่าวเป็นสื่อกลาง


โดย ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรม การบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เตรียมแผนการกระจายแบรนด์ “นีโอ ไลฟ์” ออกสู่ตลาดสากลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส่วนอาเซียนเอง และกลุ่มประเทศที่จะเปิดการค้าเสรีในปี 58


ซึ่งการ ขยายสาขาของบริษัท ปัจจุบัน มีการขยายไปแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, ลาว และสิงคโปร์ ซึ่งทุกประ เทศก็มีกระแสตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี กลุ่มประชาชนให้ความสนใจในตัวบริษัท และ เดินเข้ามาเป็นสมาชิกกันเป็นจำนวนมาก


การปูรากฐานใน เวทีอาเซียน นีโอ ไลฟ์ เริ่มต้นที่ประเทศลาวเป็นพื้นที่แรก ซึ่ง ต้องพบเจออุปสรรคนานาปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในด้านของความแตกต่างทางด้านภาษา วัฒนธรรม มุมมอง และความคิด โดยกว่า 2 ปีที่บริษัทบุกเบิก เพื่อเป็นการพิสูจน์ตนเอง วันนี้ นีโอ ไลฟ์ กลายเป็นที่ยอมรับในตลาดของประเทศลาว จนปัจจุบัน บริษัทมีศูนย์สาขาในลาวถึง 4 ศูนย์ ได้แก่ สาขาเวียงจันทน์, สาขาสะหวันเขต, สาขาจำปาสัก และสาขาอุดมชัย


จากความสำเร็จของก้าวแรกในเวที อาเซียนส่งต่อให้บริษัทขายพื้นที่ปักธงในเวทีสากลเพิ่มอีก โดยมีจีน เวียดนาม และสิงคโปร์ ดังที่กล่าวมา โดยบริษัทได้คาดหวังว่า ในปี 2556 บริษัทจะปักธงเขตประเทศอาเซียนให้ครบ 10 ประเทศ และสุดท้ายคือ ประเทศอินเดีย


โดยในอนาคตบริษัทต้องการที่จะขยายออก สู่ 10 ประเทศอาเซียน และ 3 ประเทศ ที่เข้าร่วม ซึ่งมีจีนที่บริษัทได้ขยาย ออกไปแล้วในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งในอีกไม่ กี่เดือนที่จะถึง สาขาของนีโอ ไลฟ์ ในประเทศกัมพูชาก็กำลังจะเกิดขึ้น


“การค้าเสรี อาเซียน นับเป็นเรื่องที่สำคัญที่บริษัทมองไปถึง เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทไม่ใช่เพียงแต่แบรนด์ขายตรงที่อยู่ในไทยเสียแล้ว เพราะความต้องการส่งต่อ ความสำเร็จไปยังพี่น้องทั่วโลก ทำให้การขยายตัวของบริษัทต้องเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยบริษัทมีความต้องการเห็นการเพิ่มจำนวน ของสมาชิกที่เป็นพี่น้องชาวต่างชาติ และทำให้เห็นว่า แบรนด์ขายตรงของไทย คือ สิ่งที่จะเข้าไปสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น” หัวเรือ นีโอ ไลฟ์ เผย





นีโอไลฟ์ ผุด Neo Star Contest ก่อนไป AEC

“นีโอไลฟ์” ได้เปิดตัวโครงการ ประกวด “Neo Star Contest ครั้งที่ 1” กำหนดสเปก “คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่” ทั่ว ประเทศทั้งที่เป็นสมาชิก ของ “นีโอ ไลฟ์” หรือ “ลูกหลานของสมาชิกนีโอ ไลฟ์” ที่มี อายุระหว่าง 15-25 ปี มาสมัครเข้าร่วม โครงการ โดยผู้ชนะจะได้รับการสนับสนุน ออกสู่สังคมภายนอกผ่านสื่อของ “นีโอไลฟ์” ที่มีอยู่ครบวงจร ทั้งอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ ธุรกิจ ราย 3 วัน ทีวี ”ดาวเทียมนีโอไลฟ์” ที่วันนี้ กำลังรุกตลาดผ่านทีวีมหาชนมากขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ “ดร.นพรุจ เวชกุล” ที่ไม่ มองแค่ประชาชน 62 ล้านคนหากแต่มอง ไกลข้ามไปถึงประชากรในกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ซึ่งมีรวมกว่า 600 ล้านคน
ฉะนั้นการสร้างโอกาสให้เยาวชน หนุ่มสาวผู้มีฝัน และสานฝันที่เป็นจริง ได้มี เวทีแสดงออกถึงความสามารถ ความกล้า ได้แสดงออกผ่าน “สังคมคนรุ่นใหม่” ที่ “นีโอไลฟ์” สร้างขึ้นมา เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ องค์กรไปสู่ตลาดในอนาคต
จะเห็นได้ว่า การจุดประกายสร้าง “ สัง ค ม ค น รุ่น ใ ห ม่” ผสมผสานกับสิ่งที่ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ ได้ช่วยตอบโจทย์ ทางการตลาดให้กับบริษัทขายตรงชั้นนำใน การเจาะตลาด “คนรุ่นใหม่” ตรงนี้ได้ในระดับ หนึ่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปนอกเหนือจาก “สังคมหรือชุมชน” หรือ Community แล้ว จะลงลึก ถึง “คนรุ่นใหม่” ให้อินในความรู้สึกของ แบรนด์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ สินค้า ผ่านต่อไปในตลาดอนาคตโดยเฉพาะ ตลาด AEC ที่ 10 ประเทศอาเซียนจะเริ่ม พร้อมกันปี 2558 ได้สำเร็จหรือไม่ แค่ไหน ต้อง จับตาดูกันต่อไป !!!

นีโอไลฟ์ ล้ำหน้าปักธงกัมพูชารับ AEC ต่อยอดความยิ่งใหญ่เขย่าอาณาจักรอาเซียน

นีโอไลฟ์ เร่งเครื่องขยาย ธุรกิจรองรับการเปิดการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC ล่าสุด ปักธงกัมพูชา เดินสาย จัดประชุมแน่นทุกสัปดาห์ คาดไม่เกินเดือน มิ.ย. เปิดม่านบริษัทเขมรอย่างเป็นทางการ ด้านเวียดนามก็พร้อม ดีเดย์เริ่มขุนตลาด พ.ค.นี้ ส่วนแผนการตลาดในประเทศจับ “นีโอ ทีวี” ผนึก “นสพ. “สยามธุรกิจ” เปลี่ยนชื่อช่องเป็น “นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ” รับขวัญรางวัลเกียรติยศของ “นีโอ ทีวี” โดย “นิโรธ เจริญประกอบ” เลขาธิการ สคบ. เป็นผู้มอบ หลังส่งเสริมงานสคบ. เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค ชี้เป็นสถานีช่องรายการดาวเทียมแรกที่รับรางวัล ดังกล่าว ส่วนงานสังคมยังมีต่อเนื่อง ล่าสุด วันที่ 9-12 จัดแรลลี่ส่งเสริมเที่ยวไทย ต่อด้วยการจัดประกวดเยาวชนลูกหลานสมาชิก “นีโอ ไลฟ์” ชิงทุนการศึกษา พร้อมสิทธิ์การเป็นพนักงานของบริษัท
ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้า การขยายสาขาสู่อาเซียน รองรับการเปิดการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ของบริษัทว่า จากความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีอยู่ 10 ประเทศ และอีก 3 ประเทศผู้นำด้านเศรษฐกิจของเอเชีย ที่จะเปิดการค้าเสรีระหว่างกัน เพื่อยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศดังกล่าว ทำให้บริษัทซึ่งอยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรงนี้ เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องที่กล่าวมา และต้องการที่จะขยาย สาขาออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อวางรากฐานในการแข่งขัน เพื่อต่อสู้ในตลาดขายตรงต่อไป
“ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการขยายศูนย์สาขาออก สู่ประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว ซึ่งมีถึง 4 สาขา ได้แก่ ศูนย์สาขาเวียงจันทน์, ศูนย์สาขาสะหวันเขต, ศูนย์ สาขาจำปาสัก และศูนย์สาขาอุดมชัย ประเทศที่ 2 คือ จีน ซึ่งมีศูนย์สาขาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศที่ 3 คือ สิงคโปร์ และเวียดนาม” ดร.นพรุจ กล่าว
ซึ่งจากแผนที่บริษัทต้องการให้ ปี 2556 เป็นปีที่ “นีโอ ไลฟ์” จะแผ่ขยายศูนย์สาขาให้ครบทั้ง 10 ประเทศอาเซียน ทำให้ขณะนี้ บริษัทได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะสร้างความพร้อมในการผลักดัน ความคิด และแผนงานดังกล่าวให้เสร็จตรงตามเวลา
โดยล่าสุด บริษัทได้ทำการขยายศูนย์สาขาเข้าไปที่ประเทศ กัมพูชา โดยวางจุดตั้งสาขา ณ ใจกลางเมืองหลวงกรุงพนมเปญ อีกทั้ง ในส่วนของประเทศกัมพูชานี้ บริษัทยังได้เริ่มการประชุมอบรมให้แก่สมาชิกในประเทศดังกล่าวไปแล้ว โดยจัดขึ้นที่พนมเปญโฮเทล โดย ออฟฟิศของศูนย์สาขากัมพูชา บริษัทคาดว่าในช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้ จะสามารถเปิดทำการได้เต็มรูปแบบ และในเดือนมิ.ย. บริษัท จะจัดงานแถลงข่าวเปิดศูนย์สาขานี้อย่างเป็นทางการ
“การขยายศูนย์สาขาในกัมพูชา จัดว่าเป็นประเทศที่ 4 ในแผนการขยายตลาดประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่ “นีโอ ไลฟ์” ได้ขยายสู่ประเทศเวียดนามในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ในส่วนของ ประเทศเวียดนาม บริษัทเพิ่งได้เริ่มการจัดประชุมได้ เนื่องจาก เหตุผลหลายปัจจัย แต่ทั้งนี้ บริษัทก็สามารถจดทะเบียนเปิดบริษัท ในเวียดนามได้เป็นที่เรียบร้อย และคงได้เริ่มการทำตลาดไปพร้อมๆ กับศูนย์สาขาในกัมพูชาต่อไป” หัวเรือใหญ่ “นีโอ ไลฟ์” เผย
นอกจากเรื่องความคืบหน้าของการขยายสาขารองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอา เซียน หรือ AEC แล้ว ทางบริษัท นีโอ ทีวีฯ ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของบริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินงานด้านการสื่อสารทีวีดาวเทียมผ่านสัญญาณ ดาวเทียม ในชื่อช่อง “นีโอ ทีวี” ได้ทำการเปลี่ยนชื่อสถานี มาเป็น “นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ”
โดย “ดร.นพรุจ” ประธานใหญ่ของบริษัทกล่าวว่า “การเปลี่ยนชื่อของ “นีโอ ทีวี” ในครั้งนี้ เป็นเรื่องของการยกระดับการทำงานเพื่อสร้างประสิทธิภาพของสถานีทีวีดาวเทียม นี้ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการดึงเอา “นสพ.สยามธุรกิจ” ซึ่งเป็นสื่อหนังสือพิมพ์ราย 3 วัน ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ที่เป็นบริษัทในเครือของ “นีโอ ไลฟ์” เข้ามาทำงานร่วม เพื่อทำให้ช่องดังกล่าวเกิดหลายมิติในการนำเสนอเนื้อหาแก่ผู้รับชม จนวันนี้ ได้กลายมาเป็น “นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ” ดังที่กล่าวมา” ประธานทั้ง 3 บริษัท เผย
ด้าน “พิศิษฐ์ แทนทิว” ผู้อำนวยการ “นีโอ ทีวี” และ “นสพ.สยามธุรกิจ” กล่าวในประเด็นว่า จากการผันเปลี่ยนของ การรับข่าวสารในปัจจุบันของประชาชน พบว่า ผู้คนนิยมรับข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ และสื่อรูปแบบใหม่ต่างๆ เพิ่มขึ้น ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อเก่าทำงานได้อย่างยากลำบาก และเป็นเรื่องยากที่จะดึงคนเข้ามารับข่าวสารในช่องทางนี้ ทำให้บริษัท ต้องพยายามคิดและวางแผนในการทำงาน ใหม่ เพื่อให้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นที่ต้องการของผู้คนต่อไป
“ทาง นสพ.สยามธุรกิจ พยายามที่จะทำเนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอ ให้มีความ เข้าใจง่ายมากขึ้น ถึงแม้เนื้อหาหลักจะเป็น เรื่องของธุรกิจ แต่สยามธุรกิจก็พยายาม ที่จะนำเสนอข่าวสารที่ชาวบ้านเข้าถึงและ มีผลกระทบกับกลุ่มคนในทุกระดับ การร่วมมือของ 2 สื่อในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือน การผนึกข้อดีของทั้ง 2 สื่อ เพื่อสร้างจุดเด่น ในการนำเสนอต่อไป” พิศิษฐ์ กล่าว
โดยทาง “เทพสิทธิ์ โมฬีชาติ” บรรณาธิการบริหาร นสพ.สยามธุรกิจ เผย ว่า “การนำเสนอข่าวสารของสยามธุรกิจ หลังจากนี้ จะเน้นในเรื่องที่เป็นธุรกิจของประชาชนระดับชาวบ้านมากขึ้น เพื่อการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเรื่องธุรกิจของชาวบ้าน จะกลายเป็นข่าว เพื่อเป็นการยกระดับความรู้ให้ผู้คนระดับรากแก้วของประเทศ อีกทั้งการ นำเสนอข่าวรูปแบบใหม่นี้ นับเป็นมิติใหม่ แห่งวงการหนังสือพิมพ์ธุรกิจของประเทศ ไทยเลยทีเดียว”
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่าน มา ทางช่องรายการ “นีโอ ทีวี” ยังได้รับโล่รางวัลเกียรติยศ จากทางเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค “นายนิโรธ เจริญประกอบ” ในการเป็นสื่อที่นำเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค โดยมีสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี อาทิ ช่อง 3 รับรางวัลเดียวกัน ซึ่งนับว่า “นีโอ ทีวี” เป็นสื่อดาวเทียมช่องรายการแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว
ทั้งนี้ ในวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ทาง “นีโอ ไลฟ์” ยังได้จัดงานประดับเข็ม เกียรติยศแก่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ประจำเดือนเม.ย. โดยมีผู้เข้าร่วมงานนับหมื่นคน ทำเอาฮอลล์ 1 อาคารอิมแพ็คเมืองทองธานี เล็กแคบไปทันตา
โดยในวันเดียวกัน “ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธานใหญ่ของบริษัท และ “ดร. รัชนี มหานิยม” ประธานบริหารฝ่ายสมาชิก ยังได้กล่าวถึงการจัดแรลลี่ครั้งล่าสุดของ “นีโอ ไลฟ์” ภายใต้ชื่อการ แข่งขัน “ไทยช่วยไทย เที่ยวไทย” เพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9-12 พ.ค.นี้ เส้นทางเกาะ ช้าง จ.ตราด-พัทยา จ.ชลบุรี โดยการจัดการแข่งขันแรลลี่ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากทางภาครัฐและเอกชน รวมถึง รายการ “รัชกับดุ๊ก ออนทัวร์” ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ร่วมติดตามถ่ายทำตลอดระยะการเดินทาง
พร้อมกันนี้ ทาง “นีโอ ไลฟ์” ยังได้จัดทำโครงการประกวดชิงทุนการศึกษาขึ้น สำหรับเยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานของสมาชิก ของบริษัท ซึ่งจะคัดเลือกจากผู้เข้าสมัครทั้งหมดให้เหลือ 5 คน แล้วจัดให้มีการร่วมโหวตจากท่านผู้ชม ผ่านช่องรายการ “นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ” ซึ่งจะเป็นช่องที่จะนำเสนอเรื่องราวของเด็กทั้ง 5 ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา โดยจะมีเยาวชนที่ได้รับทุน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน ที่ชนะเลิศจะได้รับสิทธิ์ ในการเป็นพนักงานของ “นีโอ ไลฟ์” ต่อไป ซึ่งโครงการชิงทุนในครั้งนี้จะใช้ระยะเวลาการประกวดประมาณ 5-6 เดือน

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง  ฉบับที่ 1298 ประจำวันที่ 9-5-2012 ถึง 11-5-2012     


GoInter กับนีโอไลฟ์ สยายปีกรับตลาดเออีซี (AEC2015)

นีโอไลฟ์ เร่งสยายปีกรับตลาดเออีซี ดันธุรกิจโกอินเตอร์ วาดเป้า 5 ปีข้างหน้าดันรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ใช้งบลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท หวังขึ้นแท่นติด 1 ใน 5 ของธุรกิจขายตรงในประเทศไทย
นายนพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ“ว่า บริษัทได้วางแผนเชิงรุกระยะสั้น เพื่อรองรับการขยายตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือจากปี 2554-2559
รวมถึงเพื่อเป็นการรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนหรือ เออีซี และเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า บริษัทมีเป้าหมายต้องการผลักดันให้มีรายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี โดยใช้เงินลงทุนในการรุกตลาดประมาณ 3,000 ล้านบาท  ภายใต้ยุทธศาสตร์หลักใน 3 ด้าน เพื่อขึ้นติดอันดับ 1 ใน 5 ของธุรกิจขายตรงในประเทศไทย
ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์ 3 ด้านนั้น ประกอบด้วย
  1. การขยายตลาดในกลุ่มเออีซี เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่มีมากถึง 500 ล้านคน ซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่ใหญ่และสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้เริ่มเข้าไปรุกตลาดในประเทศลาวที่กรุงเวียงจันทน์เป็นที่แรก เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ต่อไปในปี 2552 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีศูนย์สาขาที่เปิดในประเทศลาวแล้ว 5 แห่ง ใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อเป็นการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีแผนการขยายธุรกิจไปยังประเทศเวียดนามในปี 2555 รวมทั้งมีแผนการขยายไปยังประเทศสิงคโปร์ ที่ขณะนี้ได้ทำการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการรอสำนักงานเสร็จ สิ้น อีกทั้งมีแผนการทยอยรุกธุรกิจไปยังประเทศจีน พม่า กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่ทั้งนี้รูปแบบการรุกตลาดอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขกฎหมายของแต่ละ ประเทศ โดยเฉพาะจีนและมาเลเซีย ที่อาจปรับระบบเป็นขายตรงชั้นเดียว ซึ่งรูปแบบการลงทุนในทุกประเทศ บริษัทจะเข้าไปลงทุนเองทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว
  2. บริษัทมีแผนการตั้งอาคารสำนักงานแห่งใหม่บนพื้นที่ 60 ไร่ บริเวณรังสิต ใช้เงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะขึ้นเป็นบริษัทขายตรงที่มีพื้นที่ดำเนินการใหญ่ที่สุดในธุรกิจเดียวกัน
  3. การพัฒนาระบบบริการและระบบไอที เพื่อรองรับการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยในส่วนของการให้บริการนั้น บริษัทจะมีการพัฒนาศูนย์สปาช็อป เซ็นเตอร์ ที่มีอยู่แล้ว 970 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการลูกค้าดีมากขึ้น โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นการลงทุนของสมาชิก ซึ่งจากการวัดผลพบว่า มีจำนวนมากถึง 500 แห่ง ที่ประสบความสำเร็จ และศูนย์เหล่านี้จะช่วยในการขยายฐานลูกค้าและสมาชิกในอนาคตด้วย
รวมถึงบริษัทมีเป้าหมายการพัฒนาศูนย์สาขาให้มีมาตรฐานมากขึ้น ปัจจุบันมีอยู่แล้วกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ และจะมีการขยายศูนย์เหล่านี้ให้มีมากขึ้น เพื่อเป็นทั้งศูนย์กระจายสินค้าและอบรมสมาชิกให้มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่การพัฒนาระบบไอที จะเร่งพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่สามารถทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอดเวลาด้วย
“ที่บริษัทมั่นใจว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะสามารถสร้างรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาทได้นั้น เนื่องจากบริษัทมีแผนรองรับหลายชั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยในปีนี้ที่ผ่านมามีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท
และปี 2554 นี้ตั้งเป้ารายได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท ซึ่งนับจากนี้ไปคาดว่าการเติบโตจะมีประมาณ 24% ต่อปี
นอกจากนี้เหตุผลที่มั่นใจว่าจะสามารถขยายตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ นั้น
เป็นเพราะ
บริษัท มีความพร้อมในเรื่องของโรงงานผลิตสินค้าที่มีทั้งโรงงานเมกา ไลฟ์
ที่ผลิตสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
และโรงงานนีโอแดนท์ที่ผลิตสินค้าในกลุ่มความงาม ซึ่งปัจจุบันเดินเครื่องกำลังผลิตเพียง 30% เท่านั้น” นายนพรุจกล่าว
ปัจจุบันสินค้าที่บริษัทจำหน่ายนั้นมีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ
  1. สมุนไพรจีน
  2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม
  4. สินค้าอุปโภคบริโภค
ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนการขยายไลน์สินค้าในกลุ่มต่างๆ มากขึ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายและรองรับการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 15-20%
และคาดว่าในอีก 5 ปี จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 1,000,000 คน จากเดิมที่มี 800,000 คน แบ่งเป็นสมาชิกนักธุรกิจ 30% และที่เหลืออีก 70% เป็นสมาชิกผู้บริโภค

ยักษ์ใหญ่ นีโอไลฟ์ โชว์เก๋า!ดันสินค้าผูกตลาด เดินหน้า AEC

ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เตรียมแผนการกระจายแบรนด์ “นีโอ ไลฟ์” ออกสู่ตลาดสากลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส่วนอาเซียนเอง และกลุ่มประเทศที่จะเปิดการค้าเสรีในปี 58
ซึ่งการขยายสาขาของบริษัท ปัจจุบัน มีการขยายไปแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, ลาว และสิงคโปร์ ซึ่งทุกประเทศ ก็มีกระแสตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี กลุ่ม ประชาชนให้ความสนใจในตัวบริษัท และเดินเข้ามาเป็นสมาชิกกันเป็นจำนวนมากการปูรากฐานในเวทีอาเซียน นีโอ ไลฟ์ เริ่มต้นที่ประเทศลาวเป็นพื้นที่แรก โดยปัจจุบันบริษัทมีศูนย์สาขาในลาวแล้วถึง 4 ศูนย์ ได้แก่ สาขาเวียงจันทน์, สาขาสะหวันนะเขต, สาขาจำปาสัก และสาขาอุดมชัย
จากความสำเร็จของก้าวแรกในเวทีอาเซียน ส่งต่อให้บริษัทต้องการขยายพื้นที่ปักธงในเวทีสากลเพิ่มอีก โดยมีจีน เวียดนาม และสิงคโปร์ เป็นพื้นที่ต่อไป โดยบริษัทได้คาดหวังว่า ในปี 2556 บริษัทจะปักธงเขตประเทศอาเซียนให้ครบ 10 ประเทศ และ สุดท้ายคือ ประเทศอินเดีย โดยในอนาคตบริษัทต้องการที่จะขยายออกสู่ 10 ประเทศ อาเซียน และ 3 ประเทศที่เข้าร่วม ซึ่งมี จีนที่บริษัทได้ขยายออกไปแล้วในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงสาขาของ นีโอ ไลฟ์ ในประเทศกัมพูชาก็กำลังจะ เกิดขึ้น
การค้าเสรีอาเซียน นับเป็นเรื่องที่สำคัญที่บริษัทมองไปถึง เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทไม่ใช่เพียงแต่แบรนด์ขายตรงที่อยู่ในไทยเสียแล้ว เพราะความต้องการส่งต่อความสำเร็จไปยังพี่น้อง ทั่วโลก ทำให้การขยายตัวของบริษัทต้องเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยบริษัทมีความต้องการ เห็นการเพิ่มจำนวนของสมาชิกที่เป็นพี่น้องชาวต่างชาติ และทำให้เห็นว่า แบรนด์ ขายตรงของไทย คือ สิ่งที่จะเข้าไปสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น” หัวเรือ นีโอ ไลฟ์ เผย
อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน นีโอ ไลฟ์ มีสมาชิกที่แอ็กทีฟ และสมาชิกผู้บริโภครวมกว่าล้านรหัสทั่วประเทศ มีศูนย์สาขาที่รองรับความต้องการทำธุรกรรมของสมาชิกอยู่จำนวน 35 ศูนย์หลัก และมีศูนย์ ย่อยที่เป็นอาคารเช่าอีก 30 ศูนย์ ขณะ ที่ตัวเลขการซื้อขายแฟรนไชส์จุดบริการสินค้า “นีโอ ไลฟ์ ช็อป” มีจำนวน 1.5 พันจุดบริการ ตอกย้ำถึงความพร้อมของบริษัท ในการขยายความยิ่งใหญ่ที่จะตามมา



วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ตลาดนีโอไลฟ์ AEC 2015 สู่อาเซียน

ขยายตลาดนีโอไลฟ์สู่อาเซียน  AEC 2015  

ขุมทรัพย์มหาศาลรอให้ไปขุด
ต้องยอมรับว่า ตลาดอาเซียนในหลายประเทศ ยังเป็น “ขุมทรัพย์” เหมืองใหม่ ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ และสามารถสร้างตลาดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น “พม่า” ที่เพิ่งเปิดประเทศเมื่อไม่นานมานี้ “ลาว และเวียดนาม” ที่ประชากรส่วนหนึ่ง รู้จักเครือข่ายขายตรงพอประมาณ แต่ยังไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควรนัก จากการที่นักธุรกิจอิสระชาวไทย เข้าไปเปิดตลาดมาก่อนหน้า และ “กัมพูชา” ที่ว่ากันว่า ช่วงนี้กำลังเนื้อหอม หลายบริษัทเข้าไปคลุกวงใน หวังตั้งฐาน ทัพใหญ่ในประเทศแห่งนี้ เพราะมีผู้คนให้ความสนใจในธุรกิจเครือข่าย ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
โดยบริษัทเครือข่ายขายตรงไทย ที่กำลังเปิดเกมลุยขยายตลาดในกัมพูชาอย่างร้อนแรงในช่วงนี้คือ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” โดยหวังที่จะยึดหัวหาดพื้นที่กัมพูชาให้ได้ ก่อนเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วยซ้ำ หลังมองเห็นผู้คนให้ความสนใจในธุรกิจ
“ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่า หลังบริษัทได้ทำการขยายศูนย์สาขาเข้าไปที่ประเทศกัมพูชา โดยวางจุดตั้งสาขา ณ ใจกลางเมืองหลวงกรุงพนมเปญ และได้เริ่มมีการประชุมอบรมให้แก่สมาชิกในประเทศดังกล่าวไปแล้ว โดยจัดขึ้นที่พนมเปญโฮเทล และออฟฟิศของศูนย์สาขากัมพูชา เปิดทำการได้เต็มรูปแบบ และได้รับกระแสตอบรับจากสมาชิกชาวกัมพูชาอย่างล้นหลาม
“การขยายศูนย์สาขาในกัมพูชา จัดว่าเป็นประเทศที่ 4 ในแผนการขยายตลาดประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่ “นีโอ ไลฟ์” ได้ขยายสู่ประเทศเวียดนามในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของประเทศเวียดนาม หลังบริษัทเพิ่งได้จัดประชุม เนื่องจากเหตุผลหลายปัจจัย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย และได้เริ่มทำตลาดไปพร้อมๆ กับศูนย์สาขาในกัมพูชาต่อไปแล้ว”
ดร.นพรุจ เปิดเผยต่อว่า การุม่งเน้นในการขยายสาขาสู่อาเซียน ก็เพื่อรองรับการเปิดการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ของบริษัทฯ ซึ่งการเปิดการค้าเสรีอาเซียน เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีอยู่ 10 ประเทศ และอีก 3 ประเทศผู้นำด้านเศรษฐกิจของเอเชีย ที่จะเปิดการค้าเสรีระหว่างกัน เพื่อยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ซึ่งอยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรง เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องที่กล่าวมา และต้องการที่จะขยายสาขาออกสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อวางรากฐานในการแข่งขัน ต่อสู้ในตลาดขายตรงต่อไป
ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำการขยายศูนย์สาขาออก สู่ประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว ซึ่งมีถึง 4 สาขา ได้แก่ ศูนย์สาขาเวียงจันทน์, ศูนย์สาขาสะหวันเขต, ศูนย์สาขาจำปาสัก และศูนย์สาขาอุดมชัย ประเทศที่ 2 คือ จีน ซึ่งมีศูนย์สาขาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศที่ 3 คือ สิงคโปร์ และเวียดนาม
ตามแผนงานที่วางไว้ บริษัทฯ ต้องการให้ปี 2556 เป็นปีที่ “นีโอ ไลฟ์ฯ” จะแผ่ขยายศูนย์สาขาให้ครบทั้ง 10 ประเทศอาเซียน ทำให้ขณะนี้ บริษัทฯ ได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะสร้างความพร้อมในการผลักดัน ความคิด และแผนงานดังกล่าวให้เสร็จตรงตามเวลา…!!!

สนใจติดต่อธุรกิจเพื่อความสำเร็จ ร่ำรวย ๆ กันทุกคน
คุณนพพงษ์ โทร.085-9893425
เว็บไซด์